Home / Seminar

คุณยศพล บุญสม: ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Friends of the River (FOR) และ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ฉมา จำกัด“ TREA TALKS Real Estate 2017 - Future Thailand: ประเทศไทย 4.0 ก้าวไปข้างหน้าอย่างไร ไม่ต้องทิ้ง ใครไว้ข้างหลัง”

กิจกรรมภายในสมาคมฯ

29 มิถุนายน 2560 09:00 น. - 29 มิถุนายน 2560 21:00 น.

Centerpoint Stuio

จำกัดจำนวน 800 ท่าน

โดยคุณยศพล บุญสม: ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Friends of the River (FOR) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉมา จำกัด

ตนมีความเชื่อว่า ทุกคนกำลังประสบปัญหาในเมืองใหญ่ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ นครทั่วโลก เกิดปัญหาอย่างเดียวกัน จึงมาชวนให้ออกจากปัญหาวังวนนี้ด้วยการให้แต่ละคนมาเป็นหุ้นส่วนของการพัฒนา เพราะการพัฒนาทำให้สภาพชีวิตคนเราดีขึ้น

TREA TALKS

แต่ในทางกลับกัน สิ่งที่กำลังเป็นอยู่กลับทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง เพราะการให้ “มูลค่า” หรือ “คุณค่า” ทำให้คุณภาพชีวิตเปลี่ยนแปลงไป

เมื่อย้อนกลับไปถึงการพัฒนา 3.0 เป็นการแยกส่วนกันออกไปคือคนกับธรรมชาติ มันคือ Exclusion ในเชิงทัศนคติ กระบวนการและรูปแบบที่ออกมาด้วย รัฐ เอกชน ประชาชน และธรรมชาติทำตามโดยไม่รู้เป้าหมายคืออะไร

คนบางกลุ่มได้ประโยชน์ บางกลุ่มเกิดความเลื่อมล้ำในสังคม แม้อดีตคนเราเคยอยู่ร่วมกับแม่น้ำ ธรรมชาติ แต่กลับไม่รู้วิธีการปรับตัว น้ำกลายเป็นภัยพิบัติ ปัจจุบันการออกแบบพัฒนาไม่ได้ปฎิสัมพันธ์กับผู้คน คนไม่ได้มีส่วนร่วมหรือแสดงทัศนคติ

นอกจากนี้ยังพบว่าพื้นที่สีเขียวถูดลดถอนไปเรื่อยๆ แม้แต่พื้นที่สาธารณะที่ให้ประชาชนได้ใช้ แต่กลับถูกกฎห้ามทำอย่างที่ควรจะทำ การพัฒนาทุกวันนี้ เห็นทีต้องกลับมาคิดว่า

“ทิ้งใครไว้ข้างหลังบ้าง... มันทำลายหรือทำร้ายใครบ้างหรือเปล่า”

ความล้มเหลวของการพัฒนาทุกวันนี้เกิดจาก

1. มองการพัฒนาเมืองแบบแยกส่วน

2. ไม่มองเมืองเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

3. ขาดความรู้ นวัตกรรม เครื่องมือรวมถึงโยบาย ที่ทันสมัยหรือมีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงเมือง

และที่สำคัญ ไม่มองเมืองเป็นหุ้นส่วนของการพัฒนา เราทิ้งคนและธรรมชาติไว้ข้างหลัง



ทั้งนี้คุณยศพล เปิดเผยต่อว่าความท้าทายและคุณค่ายุค 4.0 ในปัจจุบันนี้ที่เราต้องพบคือ

  • คนจะอาศัยอยู่ในเมืองมากขั้นในอนาคต
  • มีภัยพิบัติที่ต้องรับมือ
  • มีความท้าทายที่เราต้องตอบสนอง สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม
  • ผู้คนต้องการเป็นหุ้นส่วนของการพัฒนาเมือง ร่วมคิดร่วมตัดสินใจ
  • ข้อมูลและความรู้เป็นกลไกและพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนา

คำถามสำคัญที่ควรกลับมาคิด เรามีคุณค่าชีวิตอยู่เพื่ออะไร

เป้าหมายที่แท้จริงคือ “เพื่อสร้างคุณค่ามากกว่ามูลค่า” สิ่งเหล่านี้ ควรให้ความสำคัญทั้งภัยพิบัติโลกที่กำลังจะเล่นงาน เราควรสร้างคุณค่าใหม่ๆ โดยยึดหลัก อยู่ร่วมคน + ธรรมชาติ เพื่อการอยู่รอด เพื่อมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า และอยู่อย่างยั่งยืน ไม่ใช่อยู่ลำพังและกอบโกยอีกต่อไป นี่คือการหลอมรวม INCLUSIVE กระบวนการที่จะออกมา

และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยของการพัฒนาคือ ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชน โดยมีธรรมชาติแวดล้อมเป็นบริบทควรเป็นหุ้นส่วนชีวิตกัน เพื่อสร้างอนาคต

1. เราทุกคนมีความเท่าเทียมกัน

2. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกัน

3. ร่วมคิดร่วมตัดสินใจเคารพในความแตกต่างหลากหลาย

นี่คือข้อตกลงที่เราควรเลือกเดินต่อไปจากนี้ โดยนำ 3 แนวคิดมาเปลี่ยนพัฒนาสังคมต่อไป ดังนี้

1. Help to Collaborate

เอาความรู้ของท้องถิ่นมาสร้างคุณค่า เช่น เครื่องจักรสานของคุณลุงนำมาสร้างศาลาได้ เพียงเข้าใจ “คุณค่า” ที่ทุกคนต่างมี มาสร้างเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ในชุ่มชนขึ้น 

2. Top Down to Engagement  

รัฐเอกชนนั่งอยู่โต๊ะเดียวกันเพื่อปรึกษาแก้ไขทิศทางเดียวกันอย่างเข้าใจ

3. CSR to Investment

อนาคตไม่ได้มาโดยตัวมันเอง แต่มาจากการลงทุน นำมาสู่การลงทุนจนเกิดนวัตกรรมจากภาครัฐเอกชน

โดยทุกคนควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ร่วมสร้างและพัฒนาเมืองให้ใหญ่ขึ้น มาร่วมคิดร่วมสร้างสรรค์ด้วยกันทำให้ทุกคนนำศักยภาพที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะเจริญเติบโตได้ดี ไม่สามารถทำเพียงลำพังได้ ต้องอาศัยความร่วมมือกัน ทำแผนแม่บทร่วมกัน สร้างความเจริญร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศ สิ่งปลูกสร้าง ควรสอดคล้องต้องกันเพื่อการพัฒนาที่เจริญอย่างแท้จริง การพัฒนานับจากนี้ จะไปในแบบไหน จะเป็นการพัฒนาที่ตักตวง หรือไม่เบียดเบียน อยู่ที่ “พลัง” ของทุกคน ที่จะมาเป็นหุ่นส่วนของการพัฒนาร่วมกันหรือไม่ ถ้าอยากให้ประเทศมีความเจริญที่มั่นคง ทุกคนควรมาสร้างและพัฒนาประเทสร่วมกันครับ

ดาวน์โหลดข้อมูล: คลิก