Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

   
   
 
 
 
 
 
  เกี่ยวกับสมาคม
  นายกสมาคม
  คณะที่ปรึกษา
  อุปนายก
  เลขาธิการ
  เหรัญญิก
  กรรมการบริหาร
   
 
     
 
เกี่ยวกับสมาคม
 
     
 


     
 

นายอรุณ แสงสว่างวัฒนะ และสมาชิกบางท่าน อาทิ นายพาณิชย์ สัมภวคุปต์ ร.ต.ท. ชาญมนูธรรม นายสุธน เปรมฤทัย นายวิเชียร กลิ่นสุคนธ์ ได้มีการยื่นเรื่องขอจดทะเบียนก่อตั้งสมาคมภายใต้ชื่อ “สมาคมผู้ประกอบการเกี่ยวกับที่ดิน เคหะและก่อสร้าง (Thai Real Estate Association)” เมื่อวันที่ 12 กรกฏาคม พ.ศ. 2515  โดยได้มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารหลายชุด โดยมีนายศักดิ์ ไทยวัฒน์ อดีตอธิบดี กรมที่ดิน ดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมฯ จนถึงปี 2518

โดยในปี พ.ศ. 2535 คณะกรรมการบริหารได้มีมติให้เปลี่ยนชื่อสมาคมเป็น “สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์” และในปี พ.ศ. 2540  คณะกรรมการบริหารได้มีมติเปลี่ยนชื่อสมาคมอีกครั้ง โดยใช้ชื่อว่า  “สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย”  จนถึงปัจจุบัน

 
ทำเนียบอดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย

       
นายอรุณ
แสงสว่างวัฒนะ

ผู้ก่อตั้ง พ.ศ. 2515

       
                 
นายศักดิ์
ไทยวัฒน์

ปี พ.ศ. 2516-2518
 
นายสุขุม
ถิระวัฒน์

ปี พ.ศ.2518-2526

 
นางสาวเพียงใจ
หาญพาณิชย์

ปี พ.ศ. 2526-2529

 
นายสุนทร
เปรมฤทัย

ปี พ.ศ. 2529-2531

 
นางพรรณี
พุทธารี

ปี พ.ศ. 2531-2535

                 
นายสุเทพ
บูลกุล

ปี พ.ศ. 2535-2538

 
นายธีรพจน์
จรูญศรี

ปี พ.ศ. 2538-2541

 
นายกนก
เดชาวาศน์

ปี พ.ศ. 2541-2544

 
นางสาว ณ ฤดี
เคียงศิริ

ปี พ.ศ. 2544-2546

 
นายโชคชัย
บรรลุทางธรรม

ปี พ.ศ. 2546-2548

                 
นายแพทย์สมเชาว์
ตันฑเทอดธรรม

ปี พ.ศ. 2548-2552

 
นายกิตติพล
ปราโมช ณ อยุธยา

ปี พ.ศ. 2552-2556

           
                 

 

 
ข้อบังคับสมาคมฯ
ข้อความเบื้องต้น
   
ข้อ 1.
สมาคมนี้มีชื่อว่า "สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย" มีเป็นภาษาอังกฤษว่า "THE THAI REAL ESTATE ASSOCIATION" ใช้ชื่อย่อเป็น "T.R.E.A."
ข้อ 2.
สำนักงานตั้งอยู่ เลขที่ 60 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โชน D ชั้น 2 ห้อง 201 ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ 229 - 3188 - 90 โทรสาร 229 - 3194
ข้อ 3.
เครื่องหมายของสมาคมมีรูปสามเหลี่ยม 2 รูป โดยสามเหลี่ยมรูปหนึ่งเป็นสีทึบ อีกรูปหนึ่ง เป็น 5 แถบ

หมวด 1. บททั่วไป
   
ข้อ 4.
วัตถุประสงค์ของสมาคม มีดังนี้
  4.1 ส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบธุรกิจการค้า และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในทางปฏิบัติ และทางวิชาการ
  4.2 สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิก แก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆ ในการประกอบการค้าของสมาชิก รวมทั้งประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสมาชิก หรือสมาชิก กับบุคคลภายนอก เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ในการประกอบการ
  4.3 เป็นสื่อประสานงานการประกอบการค้า และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กับหน่วยราชการ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การประกอบธุรกิจดำเนินไปโดยเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  4.4 เป็นสื่อกลางระหว่างสมาชิกกับสมาคม และผู้ประกอบการในต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยน ความช่วยเหลือในทางวิชาการ และทางการเงิน ตลอดจนการแลก เปลี่ยนความรู้ ความชำนาญ ในการประกอบธุรกิจซึ่งกันและกัน
  4.5 เป็นสื่อกลางระหว่างสมาชิกในประเทศ เพื่อความสัมพันธ์อันดี เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความชำนาญในการประกอบธุรกิจ และเพื่อให้ความช่วยเหลือในทางวิชาการ ทางปฏิบัติ และทางการเงิน ซึ่งกันและกัน
  4.6 ส่งเสริมการวิจัยเกี่ยวกับทำเลที่ดิน การวางแปลนแผนผังวิธีการก่อสร้าง และการใช้วัสดุก่อสร้างเพื่อประโยชน์ในการประกอบการ
  4.7 ส่งเสริมการประกอบธุรกิจของสมาชิกให้เข้ามาตรฐาน และปรับปรุงวิธีดำเนินการของสมาชิก ให้ได้ผลยิ่งขึ้น
  4.8 สอดส่อง และติดตามความเคลื่อนไหว ของภาวะการประกอบธุรกิจการค้า และการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งภาวะตลาดวัสดุ อุปกรณ์ก่อสร้าง ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ
  4.9 ส่งเสริมและเผยแพร่เกียรติคุณ ของสมาชิกผู้ดำเนินการ ได้ผลดี เป็นที่เชื่อถือ แก่ประชาชน และทางราชการ
  4.10 ช่วยเหลือและส่งเสริมการกุศล และสาธารณะสงเคราะห์
  4.11 ปฏิบัติกิจการอื่นเพื่อประโยชน์ของสมาชิก หรือส่วนรวมตามขอบเขตที่กฎหมาย ให้อำนาจกระทำได้
  4.12 ไม่เกี่ยวข้องการเมือง

หมวด 2. สมาชิก
   
ข้อ 5.
สมาชิกของสมาคม มี 3 ประเภท คือ
  5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้า และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นนิติบุคคล และจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
  5.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และการก่อสร้าง ซึ่งมีความสนใจต่อกิจการของสมาคมฯ โดยแบ่งได้ ดังนี้
   
5.2.1
นิติบุคคล
5.2.2
บุคคลธรรมดา
  5.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่อดีตกรรมการบริหารสมาคมทุกท่าน และผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการบริหารมีมติเป็นเอกฉันท์ เชิญเป็น สมาชิกกิตติมศักดิ์ และบุคคลนั้นตอบรับคำเชิญ
ข้อ 6. ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ได้แก่ ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ 5.1 และข้อ 5.2 ซึ่งยื่นใบสมัคร ตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ โดยมีสมาชิกของสมาคม เป็นผู้รับรองอย่างน้อย 2 คน
ข้อ 7. ให้เลขาธิการพิจารณาใบสมัครรับเข้าเป็นสมาชิก และนำแจ้งต่อที่ประชุมกรรมการ บริหาร ให้เลขาธิการ แจ้งให้ผู้สมัครทราบ เป็นลายลักษณ์อักษร ผู้สมัครจะต้องชำระค่าลงทะเบียน และค่าบำรุง ตามข้อ 10 ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง จากเลขาธิการ หากพ้นกำหนดแล้ว ผู้นั้นไม่ชำระให้ถือว่าคำขอเข้าเป็นสมาชิกเป็นอันพับไป
ข้อ 8. สมาชิกมีสิทธิ ดังต่อไปนี้
  8.1 เสนอความเห็นเกี่ยวกับกิจการของสมาคม ต่อคณะกรรมการบริหาร หรือต่อที่ประชุมใหญ่
  8.2 ได้รับการช่วยเหลือตามข้อบังคับ และระเบียบของสมาคม ภายในขอบเขตของกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้า
  8.3 ประดับเครื่องหมายตามที่สมาคมกำหนด
  8.4 เข้าร่วมประชุมในการประชุมใหญ่ของสมาคม
  8.5 สมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ ในการเลือกตั้งกรรมการบริหาร หรือรับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารจะต้องเป็นสมาชิกสามัญ
ข้อ 9. สมาชิกนิติบุคคล ผู้แทนสมาชิกนิติบุคคลสามารถแต่งตั้งตัวแทน เพื่อปฏิบัติกิจในหน้าที่ และใช้สิทธิแห่งสมาชิก เช่น ออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรืออื่นๆ ในฐานะสมาชิกได้จำนวน 1 คน
*** หมายเหตุ ผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจ จะต้องปฏิบัติกิจด้วยตนเอง จะมอบหมาย หรือตั้งตัวแทน ช่วงไม่ได้
ข้อ 10. สมาชิกมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
  10.1 ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
  10.2 สมาชิกสามัญต้องชำระค่าลงทะเบียนไม่เกิน 2,000.00 บาท ค่าบำรุงสมาชิกปีละ ไม่เกิน 5,000.00 บาท สมาชิกวิสามัญต้องชำระค่าลงทะเบียนไม่เกิน 500.00 บาท ค่าบำรุง ปีละไม่เกิน 3,000.00 บาท การกำหนดจะเก็บค่าลงทะเบียน และค่าบำรุง เป็นจำนวนเท่าใดนั้น ให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้กำหนด
  10.3 สมาชิกผู้ใดเปลี่ยนชื่อ สัญชาติ หรือย้ายที่อยู่ ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบ เป็นหนังสือภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันเปลี่ยนหรือย้าย
ข้อ 11. สมาชิกภาพเริ่มแต่วันที่คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ มีมติรับเข้าเป็นสมาชิก และผู้สมัคร ได้ชำระเงินตามความใน ข้อ 10 เรียบร้อยแล้ว
ข้อ 12. ให้นายทะเบียนจัดทำทะเบียนสมาชิกไว้ที่สำนักงานของสมาคม โดยมีรายการ ตามที่กฎหมาย กำหนด
ข้อ 13. สมาชิกภาพจะสิ้นสุดลง ในกรณีดังต่อไปนี้
  13.1 ตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคลตามกฎหมาย
  13.2 ลาออก
  13.3 ต้องคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว
  13.4 ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ
  13.5 คณะกรรมการบริหารลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
   
13.5.1
การกระทำใด ๆ ที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียง
13.5.2 ละเมิดข้อบังคับของสมาคมอย่างร้ายแรงโดยเจตนา
13.5.3
ไม่ชำระค่าบำรุงเกินกว่า 1 ปี โดยปราศจากเหตุผล

หมวด 3. คณะกรรมการบริหารของสมาคม
   
ข้อ 14.
ให้มีคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่งเป็นผู้บริหารงานของสมาคม และเป็นตัวแทนของสมาคม ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก คณะกรรมการบริหารประกอบด้วยสมาชิกสามัญ มีจำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน แต่ไม่เกิน 50 คน โดยให้ที่ประชุมใหญ่เลือกนายก 1 คน และกรรมการบริหารจำนวนไม่น้อยกว่า 14 คน แต่ไม่เกิน 50 คน และให้นายกที่ที่ประชุมใหญ่เลือก มีสิทธิแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเพิ่มได้อีกตามสมควร ซึ่งไม่เกินจำนวนของคณะกรรมการบริหารทั้งหมดที่กำหนดไว้ นายกสมาคมต้องเคยดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมแล้วอย่างน้อย 1 สมัย และให้นายกสมาคมที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งในคราวนี้ เป็นกรรมการบริหารสมาคมและที่ปรึกษา อีก 1 สมัย โดยอัตโนมัติ และให้กรรมการบริหารแต่งตั้งกันเอง เพื่อดำรงตำแหน่งอุปนายก เลขาธิการ เหรัญญิก นายทะเบียน ปฏิคม และตำแหน่งอื่นๆ อีกตามสมควร อุปนายก เลขาธิการ และเหรัญญิก ต้องเคยดำรงตำแหน่งกรรมการของสมาคมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี นายกสมาคมที่พ้นตำแหน่งไปแล้ว มีสิทธิจะได้รับเลือกเป็นนายกกิตติมศักดิ์ของสมาคมได้ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารเป็นครั้งคราวตามที่ได้รับเชิญ คณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี คณะกรรมการบริหาร อาจแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการได้ตามจะเห็นสมควร นายกสมาคม จะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้เพียง 2 สมัย ติดต่อกันเท่านั้น และเมื่อเว้นไป 1 ปีแล้ว จึงจะมีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมอีกได้
ข้อ 15. กรรมการบริหารของสมาคมต้องพ้นจากตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
  15.1 พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะเมื่อนายกสมาคมพ้นจากตำแหน่ง
  15.2 ครบกำหนดออกตามวาระ
  15.3 ลาออกโดยคณะกรรมการบริหารอนุมัติแล้ว
  15.4 ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อบังคับข้อ 13
  15.5 ที่ประชุมใหญ่มีมติให้พ้นจากตำแหน่ง
  15.6 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509
  15.7 ขาดการประชุมคณะกรรมการถึง 4 ครั้งติดต่อกัน โดยมิแจ้งเหตุผลอันสมควร
ข้อ 16. ในกรณีที่กรรมการบริหารว่างลงเพราะเหตุอื่น นอกจากถึงกำหนดออกตามวาระ ตามข้อ 15 ให้นายกสมาคมเลือกสมาชิกสามัญ และแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารแทนตาม แต่กรณี กรรมการ ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งแทนนี้ จะอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ที่ตนแทน
ข้อ 17. นายกมีหน้าที่ดำเนินกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามระเบียบ และข้อบังคับ วัตถุประสงค์ และมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร และที่ประชุใหญ่ และเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก อุปนายก มีหน้าที่ช่วยเหลือนายก ในกิจการต่างๆ ทั่วไป และรักษาการแทนนายกเมื่อนายกไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ เลขาธิการมีหน้าที่ดำเนินการทั่ว ไปของสมาคม จัดทำระเบียบวาระ และบันทึกการประชุม ตลอดจน แจ้งมติให้คณะกรรมการบริหารและสมาชิก เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องให้ทราบโดยทั่วกัน เหรัญญิก มีหน้าที่เรียก รับรักษาเงิน และทำบัญชีเกี่ยวกับการเงิน และทรัพย์สินของสมาคม นายทะเบียน มีหน้าที่ทำทะเบียนสมาชิก ปฏิคมมีหน้าที่ต้อนรับสมาชิก และผู้เยี่ยม เยือนสมาคม ควบคุมดูแล สถานที่ และทรัพย์สินของสมาคม
ข้อ 18. คณะกรรมการของสมาคมมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการบริหารกิจการ และทรัพย์สินของสมาคม วางระเบียบ และมีมติในกิจการหรือข้อเสนอใด ๆ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และข้อบังคับ ของสมาคม ตลอดจนมีอำนาจวางระเบียบการจ้าง การถอดถอนพนักงานเจ้าหน้าที่ของสมาคม
ข้อ 19. ให้คณะกรรมการบริหารของสมาคมประชุมกันอย่างน้อย 2 เดือนต่อครั้ง ในการประชุมต้องมีกรรมการบริหารไม่น้อยกว่า 10 คน จึงจะเป็นองค์ประชุม

หมวด 4. การประชุมใหญ่
   
ข้อ 20.
ให้มีการประชุมใหญ่สามัญปีละครั้ง ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี หากมีกิจการใดที่ คณะกรรมการเห็นสมควร จะให้มีการประชุมวิสามัญก็ให้ทำได้ หรือเมื่อสมาชิกสามัญรวมกัน ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เห็นความจำเป็นรีบด่วนที่เกิดความเสียหาย แก่สมาคม ก็ให้ยื่นคำร้องเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ ขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ในกรณีนี้ให้ เลขาธิการจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญกำหนด 30 วัน นับแต่วันได้รับคำร้อง ถ้าเลขาธิการ ไม่จัดให้มีการประชุมตามที่ สมาชิกร้องขอภายในกำหนดดังกล่าว สมาชิกอาจประชุมกันเอง ได้แต่จำนวนสมาชิก ต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ 21. การประชุมใหญ่สามัญ หรือวิสามัญที่คณะกรรมการเรียกประชุม ต้องมีสมาชิกเข้าประชุม ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 50 คน จึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ 22. เลขาธิการสมาคมจะต้องแจ้งกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญ พร้อมด้วยส่งระเบียบ วาระการประชุมให้สมาชิกทราบก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 15 วัน
ข้อ 23. มติของที่ประชุมใหญ่ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติในที่ประชุม หากมีคะแนนเสียง เท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 24. ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ หากทั้งนายกและอุปนายกไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการสมาคม คนหนึ่งคนใดเป็นประธาน ในที่ประชุมใหญ่ ในกรณีที่สมาชิกประชุมกันเอง ตาม ข้อ 20. ให้เลือกบุคคลใด บุคคลคนหนึ่งเป็นประธาน
ข้อ 25. การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ 2 วิธี คือ
  วิธีที่ 1. ออกเสียงลงคะแนนโดยเปิดเผย โดยใช้วิธียกมือขึ้นเหนือศรีษะ
  วิธีที่ 2. ออกเสียงลงคะแนนลับ โดยเขียนบัตรลงคะแนน
  การออกเสียงลงคะแนนตามปกติให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยเปิดเผย เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ จะลงมติให้มีการออกเสียงลงคะแนนลับ สามัญสมาชิกเท่านั้นที่ออกเสียงลงคะแนน
ข้อ 26. กิจการอันพึงกระทำในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี มีดังนี้
  26.1 รับรองรายงานการประชุมครั้งก่อน
  26.2 พิจารณารายงานประจำปีของคณะกรรมการบริหาร
  26.3 พิจารณาอนุมัติงบดุล
  26.4 เลือกตั้งนายกและคณะกรรมการบริหารตามข้อ 14 (ในปีที่ครบกำหนด)
  26.5 แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี
  26.6 เรื่องอื่นๆ
ข้อ 27. การประชุมใหญ่สามัญ หรือวิสามัญ หากในครั้งแรกมีสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม ให้เรียกประชุม ใหญ่อีกครั้ง การประชุมในครั้งนี้จะมีสมาชิกมาประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ตาม ให้ถือว่าครบองค์ประชุม เว้นแต่สมาชิกเรียกประชุมกันเองจะต้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อ 20.

หมวด 5. การเงินและการบัญชี
   
ข้อ 28.
คณะกรรมการบริหารของสมาคมต้องจัดให้มีเอกสารการบัญชีของสมาคม ให้ถูกต้องตามหลัก การวิชาการบัญชี เพื่อแสดงฐานะการเงินของสมาคม และพร้อมที่จะให้ผู้ตรวจสอบบัญชี ทำการ ตรวจสอบได้
ข้อ 29. ให้คณะกรรมการบริหารจัดทำงบดุลปีละครั้งแล้ว ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจรับรอง ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อเสนองบดุลต่อที่ประชุมใหญ่สามัญพิจารณา อนุมัติ ปีการปิดบัญชีให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสิ้นปี ทางบัญชีของสมาคม
ข้อ 30. ให้นำเงินของสมาคมไปฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์ หรือ สถาบันการเงินแห่งใดแห่งหนึ่ง หรือหลายแห่ง สุดแต่คณะกรรมการบริหารจะเห็นสมควร การลงนามในเช็คสั่งจ่ายเงินของสมาคม ให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้กำหนด โดยให้มีกรรมการลงนาม ร่วมกัน 2 คน จากกรรมการ ที่แต่งตั้งจำนวน 5 คน และในจำนวนนั้นต้องมีนายกสมาคม หรือเหรัญญิก และ / หรือ เลขาธิการ สมาคมรวมอยู่ด้วย รายละเอียดการสั่งจ่าย และการเก็บเงินให้กรรมการบริหารเป็นผู้กำหนด สำหรับการอนุมัติการจ่ายเงิน ที่นอกเหนือจากการบริหารงานของสมาคมฯ ตามปกติที่กรรมการ บริหารได้อนุมัติไว้ ให้ขออนุมัติจากที่ประชุมกรรมการบริหารก่อน ที่จะมีการสั่งจ่ายได้

หมวด 6. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
   
ข้อ 31.
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคม จะทำได้โดยอนุมัติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนน เสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของที่ประชุม การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ ของสมาคม จะทำได้ โดยคณะกรรมการบริหารของสมาคมเป็นผู้เสนอ หรือสมาชิกสามัญรวมกันไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดเป็นผู้เสนอ
ข้อ 32. หากสมาคมต้องล้มเลิกไปด้วยประการใด ๆ ก็ตาม ให้บรรดาทรัพย์สินของสมาคม ตกไปเป็นของสภากาชาดไทย
 
นโยบายสมาคมฯ ปี 2552 - 2554
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ซึ่งมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากมาย จึงมีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง กับโครงสร้างเศรษฐกิจ ของประเทศ ดังนั้นสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย จึงมีนโยบาย ที่จะวางแผน "พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน" ซึ่งจะเป็นผลให้มีความมั่นคงเกิดขึ้น กับเศรษฐกิจ ของประเทศ โดยสอดคล้อง กับนโยบายของรัฐบาลใน การวางแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟู เศรษฐกิจ ของประเทศ ด้วยการฟื้นฟูธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

หัวใจของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ
   
1. ผู้บริโภค
2. ผู้ประกอบการ
3. ภาครัฐและองค์กรต่างๆ เช่น สถาบันการเงิน เป็นต้น
   
ดังนั้น การที่จะพัฒนาธุรกิจนี้ให้ยั่งยืนได้ จึงต้องวางแผนทั้ง 3 ส่วนให้สอดคล้องกัน
   
1. ส่งเสริมสมาชิกผู้ประกอบการ

ด้านวิชาการ

  - จัด อบรมวิชาการ ด้านต่างๆ เพื่อคุณภาพและมาตราฐานของบุคลากร
  - จัด ให้บริการห้องสมุด อสังหาริมทรัพย์ที่ครบถ้วน และสมบูรณ์แบบ
  - ให้ความ ร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ที่มีการสอนด้านอสังหาริมทรัพย์
 
ด้านข่าวสารข้อมูล

  - จัดสัมมนา หัวข้อที่น่าสนใจและเป็นแระโยชน์ต่อสมาชิก
  - ร่วมจัดตั้ง ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ให้มีประสิทธิภาพ
  - จัดทำวารสาร RE JOURNAL ลงบทความวิเคราะห์ วิจัย ที่สำคัญต่างๆ
 
ด้านการตลาดและส่งเสริมการขาย

  - จัด มหกรรมบ้านและคอนโดฯ เพื่อเปิดโอกาสการขายสำหรับสมาชิกผู้ประกอบการ
  - จัดทำ WEB SITE ของสมาคม เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร
  - ประสานงานกับบริษัทและ องค์กรจากต่างประเทศที่สนใจการลงทุนในประเทศไทย

2. ประสานงานกับภาครัฐและองค์กรต่างๆ

ด้านการแก้ไขปัญหาการเงิน

  - ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการจัดตั้ง TAMC
  - สนับสนุนภาครัฐในการจัดตั้ง สินเชื่อ SME สำหรับผู้ประกอบการ
  - กระตุ้นให้ภาครัฐและสถาบันการเงินต่างๆ มีนโยบายให้ สินเชื่อ 100 % แก่ผู้ซื้อบ้าน โดยเฉพาะข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ
 
ด้านการแก้ไขปัญหาวิกฤตอสังหาริมทรัพย์

  - ร่วมมือกับภาครัฐในการ ประชุมและเป็นกรรมการ ในคณะทำงานต่าง ๆ
  - หาแนวทาง ลดต้นทุน ต่าง ๆ เช่น พัฒนารูปแบบ เทคนิคการก่อสร้าง รวมทั้งระบบ การขออนุญาต จัดสรร (ให้เป็น ONE STOP SERVICE) เป็นต้น
  - นำเสนอแนวความคิดต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับการฟื้นฟูธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยผ่านการเสวนา อสังหาริมทรัพย์ (REAL ESTATE FORUM)
 
ด้านการปรับปรุงข้อกฏหมาย

  - เสนอข้อคิดเห็นต่างๆ ต่อภาครัฐในการยกร่างและพัฒนากฏหมายใหม่ ๆ
  - ร่วมมือกับภาครัฐ ในความเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินฉบับใหม่ มาตรฐานการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
  - เป็นตัวกลาง รับฟังความคิดเห็นและเผยแพร่ข้อกฏหมายใหม่ๆ แก่สมาชิกผู้ประกอบการ

3. พัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานเพื่อผู้บริโภค

ด้านการให้ความรู้และข้อมูล

  - บุคคลทั่วไปสามารถ สมัครเป็นสมาชิกวิสามัญของสมาคมฯได้ ซึ่งจะได้รับวารสาร และ ข้อมูล ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ
  - บุคคลที่สนใจสามารถมา ใช้บริการห้องสมุดสมาคมอสังหาริมทรัพย์ ของสมาคมฯ ได้ (โดยไม่มีค่าใช้จ่าย)
  - สมาคมฯ ประสานกับสื่อมวลชน ในการให้ข่าวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เพื่อเป็นการสื่อสาร ข้อความ ที่สำคัญไปยังผู้บริโภค
 
ด้านการพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐาน

  - สมาคมมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการในด้านต่างๆ เพื่อให้ พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สำหรับผู้บริโภค
  - สมาคมฯ สนับสนุนการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อให้มีบุคลากรมืออาชีพ สำหรับธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์
  - สมาคมฯ ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ในการปรับปรุงระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ ของผู้บริโภค
 
ด้านการสนับสนุนการคุ้มครองผู้บริโภค

  - สมาคมฯ ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการจัดตั้ง ESCROW ACCOUNT
  - สมาคมฯ ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการจัดทำ สัญญามาตรฐาน
  - สมาคมฯ ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการจัดตั้ง ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ ซึ่งจะ เป็น ประโยชน์ สำหรับผู้บริโภค และผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ สมาคมมุ่งเป็นศูนย์กลางทางวิชาชีพของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยส่งเสริมให้ ผู้ประกอบการ ดำเนินงานให้ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ และจรรยาบรรณ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ฝ่ายผู้ประกอบการ ฝ่ายราชการ และผู้บริโภคร่วมกัน